chanaporn jaisue

8 September 2007 - เคลลี่หึงบี

เคลลี่ หึง!! บี โชว์หวิว
 
เคลลี่ หึง!! บี โชว์หวิว ซุบซิบ ดารา ข่าวบันเทิง ข่าวดารา gossip ปาปารัสซี่ ภาพหลุดดารา นิตยสารบันเทิง
 
    สำหรับคู่รักคู่เลิฟคู่นี้ ''บี'' น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ กับพระเอกหนุ่ม เคลลี่ ธนพัฒน์ 

เรียกได้ว่าทั้งสองปลูกต้นรักกันได้อย่างงอกงามมากเลยทีเดียว ตั้งแต่ประกาศคบหาดูใจกันอย่างออกหน้าออกตา ทั้งคู่ก็แสดงความสวีทหวานด้วยการไปไหนมาไหนด้วยกัน แถมทางด้านชายหนุ่ม ยังคอยตามรับตามส่ง ดูแลเอาอกเอาใจ เป็นบอดี้การ์ดตามติดสาวบีอย่างไม่คาดสายตา ว่างเมื่อไรหนุ่มเคลลี่ต้องรีบแจ้นมาหาสาวบีทันที 

หนุ่มเคลลี่นั้นตั้งแต่ได้สาวบีมาเป็นหวานใจเจ้าตัวนั้นยอมปลดตำแหน่งคาสโนว่า

สิ้นลายเสือกลายเป็นเพียงลูกแมวเชื่องๆเดินตามสาวบีต้อย ๆ ก็จะไม่ให้หวง ไม่ให้ห่วงได้ยังไงละ เพราะสาวบีนั้นเรียกได้ว่าเป็นดารานางแบบที่วางตัวดีเอามากๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีข่าวคาวๆเลย มี เพชรน้ำงามอยู่ในมือ มีเหรอหนุ่มเคลลี่จะปล่อยหลุดมือไป
ล่าสุดเมื่อไม่นานสาวบีไปร่วมงานเปิดตัวนิตยสาร '' RPM MAGAZINE'' ของ ''หนุ่มเป๊ก-สัญญชัย'' ที่ร้านบาร์ยันทรี

เล่นเอาบรรดาผู้ชมในงานถึงกำเลือดกำเดากระฉูดเพราะสาวบี นั่ง"เปิดหวอ"ทำเอาท่านผู้ชมและบรรดานักข่าวได้เห็นภาพชวนจินตนาการกันไปต่างๆนานา ซึ่งตรงนี้เจ้าตัวบอกว่า ไม่ทันระวังเพราะคิดว่าใส่ถุงน่อง

แต่พอเจอแสงเลยทำให้เห็นกางเกงข้างในที่เป็นสีเนื้อ คนเลยคิดไปกันใหญ่  เจ้าตัวบอกยังดีที่ใส่ถุงน่องเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ลองชุดก่อนเลยไม่รู้ภาพที่ออกมามันจะเป็นอย่างนี้  มันมีหลายภาพที่ออกมาไม่ค่อยดี 
นักข่าวสอบถามว่าแฟนหนุ่มว่ายังไง สาวบีแจ้งทันทีว่า

หนุ่มเคลลี่ก็ไม่ค่อยพอใจ แล้วก็เตือนตลอดให้ระวังแต่ครั้งนี้เป็นเพราะเธอลืมตัว ไม่ระวังเอง แต่ทางแฟนหนุ่มก็เข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็นอย่างนั้นเพราะเธอคิดว่าอยากทำงานตอนนั้นให้ออกมาดีที่สุด

เพียงแต่เค้าก็บอกว่า ให้ระวังมากกว่านี้หน่อยเพราะไม่อยากให้ใครมองไม่ดี คือทำนองว่า ใส่ชุดไหนก็เถอะก็ต้องระวัง ไม่ใช่คิดว่าเซฟแล้ว คือเราเป็นผู้หญิง แต่เค้าโอเคไม่ได้อะไร ก็ให้กำลังเพราะรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งเธอเป็นคนระวังตัวอยู่แล้ว เพราะก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว แต่ครั้งนี้..ถือว่าเธอพลาดเอง ทางคุณแม่ก็โอเคไม่ว่าอะไรพูดทำนองแฟนหนุ่ม สาวบีกล่าวอย่างอารมณ์ดี 
 
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - เจการันตีความหวาน

เจ การันตี ความหวานพา"ปิ่น" ฮันนีมูนรอบ2
 
เจ การันตี ความหวานพา
 
    สำหรับคู่รักคู่นี้''เจ'' เจตริน วรรธนะสิน และ ''ปิ่น'' เก็จมณี วรรธนะสิน

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วถึงเพียงนี้เห็นตั้งแต่ทั้งสองเพิ่งจีบกันใหม่ๆ แปบเดียวเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จะไม่นานได้ไงละก็บัดนี้ทั้งสองคน มีทายาทถึง 3 คนเข้าไปแล้ว ได้แก่ น้องคนแรก เจ้านาย กับ คนที่สอง เจ้าขุน ส่วนคนเล็ก เจ้าสมุทร

และขอบอกว่าลูกๆของแม่ปิ่นและพ่อเจนั้น สุดยอดของความซนเลยทีเดียว

ถึงขนาดสาวปิ่นยังออกปากว่าจับคนนี้คนนั้นวิ่ง จับคนนั้นคนนี้หนี เล่นเอางานนี้สาวปิ่นประกาศปิดอู่กันเลยทีเดียว ก็เพราะต้องไปทำหน้าที่เป็นคุณแม่ที่ดีนี่แหละเลยทำให้สาวปิ่นต้องหันหลังให้วงการเผื่อไปดูแลลูกๆกันอย่างเต็มที่ นานๆทีเราจะได้เห็นสาวปิ่น ออกมารับงานถ่ายแฟชั่นสวยๆให้เราชมกันสักที 

ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมีโซ่ทองครองใจแล้วก็เถอะ

แต่ก็ยังข่าวว่าเตียงหักมาให้พวกเราได้ยินบ่อยๆ ร้อนถึงหนุ่มเจ ต้องออกมาปฏิเสธและชี้แจงแถลงไขถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองเลยว่า เจ้าตัวไม่คิดจะเปลี่ยนใจไปจากภรรยาคนสวยแล้ว แถมยังบอกอีกด้วยว่า " ปิ่นเป็นแม่ของลูกที่ดีที่สุดสำหรับผม และเป็นภรรยาที่วิเศษที่สุดเช่นกัน" เล่นเอาภรรยาสาวหน้าบานยิ้มไม่หุบ 

ล่าสุดได้ข่าวแววมา ว่าทั้งสองแอบไปฮันนีมูนรอบสองมาแล้ว เจอหนุ่มเจจึงสอบถามทันที

เจ้าตัวบอกว่า ก็ไปมาเมื่อสองเดือนก่อนเพราะเห็นว่าสาวปิ่นค่อนข้างเครียดกับการดูแลเด็กๆ เพราะลูกทั้งสองอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น แล้วก็ซนสุดๆ จึงทำให้วันทั้งวันภรรยาสาวต้องเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับลูกๆ เลยเห็นว่าภรรยาคนสวยไม่ได้พักเลย ก็เลยถือโอกาส เอาลูกไปฝากทางคุณพ่อแล้วก็ไปเที่ยวกันสองคน ไม่ได้ฮันนีมูนอะไรหรอก พักผ่อนสมอง  แต่ไปได้ไม่นานหรอกเพราะทั้งตนและสาวปิ่นคิดถึงลูก(555)

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นหนุ่มเจ ก็บอกว่า

ก็เหมือนเดิม อาจจะมีหงุดหงิดใส่กันบ้าง แต่ตนก็เข้าใจว่าสาวปิ่นเหนื่อยจากการเลี้ยงลูก สำหรับหนุ่มเจนั้นลูกสำคัญมากๆ เพราะทุกวันนี้ให้รับงานมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องมีเวลาให้ลูกๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา กับปิ่นอาจจะมีงอนๆกันบ้าง ตามประสา แต่แปบเดี๋ยวก็ดีกัน เพราะต้องช่วยกันเลี้ยงลูก 555 เจ้าตัวกล่าวอย่างอารมณ์ดี  
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - กระแตไม่รีเทริ์นเอกซ์

"กระแต" ยันโอกาสรีเทิร์น "เอ็กซ์" เป็นศูนย์
 

 
    ''กระแต'' ยันเปล่ากั๊กหนุ่มไว้เลือกถึงสองคน กับ ''แบงค์'' ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไร แต่จะมีโทร.คุย โต้ข่าวรีเทิร์น ''เอ็กซ์'' โอกาสยังเป็นศูนย์ ย้ำสถานะตอนนี้ยังครองตัวเป็นสาวโสด
    

     เรียกได้ว่าเป็นข่าวกับหนุ่มๆ ตลอดเวลาเลยทีเดียว สำหรับนางเอกสาวเซ็กซี่ ''กระแต'' ศุภักษร ไชยมงคล ที่ล่าสุดก็เพิ่งมีข่าวออกมาว่าความสัมพันธ์กับหนุ่มนักบิน ''แบงค์'' เริ่มห่างๆ ไม่ค่อยได้คุยกันแล้ว แต่จะกลับมารีเทิร์นกับอดีตแฟนเก่า ''เอ็กซ์ ฐิตินันท์'' อีกต่างหาก
    

     ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เจอตัว ''หนูกระแต'' ที่งาน ''เดอะ อีโวลลูชั่น ออฟ คาเมร่า บาย เซ็นทรัลพระราม 3'' เมื่อวันก่อน จึงได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้
     ถามอะไร นางเอกสาวเซ็กซี่ก็ได้กล่าวขึ้นมาก่อนทันทีว่า ''หนูโสดค่ะ'' พร้อมกับกล่าวชี้แจงว่า ณ ตอนนี้ไม่มีใครเป็นตัวเลือกตัวเองทั้งสิ้น
    

     ''ตอนนี้หนูโสดค่ะ ไม่ได้มีใครเป็นตัวเลือกเลยค่ะ มีแต่เพื่อนๆ กันหมดเลย ไม่มีค่ะ หนูทำงานอยู่ต่างจังหวัดด้วย ไม่ได้คุยกับใคร แล้วก็ไม่ได้รับสายใคร เหมือนกับว่าช่วงนี้กระแตสนุกกับงานมากกว่านะ อย่างกับแบงค์ก็คือตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกัน ถามว่าคบหาดูใจไหมก็ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาเจอกันเลย งานกระแตเยอะ เพราะกระแตอยู่ต่างจังหวัดตลอดเลย กระแตทำงาน เค้าก็ต้องบินเหมือนกัน''
    

     จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้แย็บถามต่อไปถึงกรณีที่ว่าอดีตแฟนเก่าอย่าง ''เอ็กซ์'' จะขอรีเทิร์น ''กระแต'' ซึ่งนางเอกสาวก็ได้กล่าวโต้ทันทีว่าไม่เป็นความจริง
    

     ''ไม่ค่ะ ตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลย กระแตเจอพี่เอ็กซ์ครั้งเดียวในงานเปิดตัวหนังเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าพี่เอ็กซ์ไปรอจริงๆ แล้วเปล่าค่ะ พี่เอ็กซ์ไม่ได้ไปนั่งเฝ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นงานหรือว่าอะไรก็ไม่มีเลย ถามว่าพี่เอ็กซ์มีทีท่าว่าจะรีเทิร์นไหมก็ไม่มีเลยนะ ไม่มีค่ะ ถามทีมงานได้เลยค่ะ ไปไหนด้วยกันก็ไม่มี...จะมีก็วันเกิดเพื่อนที่เจอกัน ประมาณเดือนที่แล้ว''
    

     เมื่อถามว่าโอกาสรีเทิร์นกับอดีตแฟนเก่านั้น นางเอกสาวก็ถึงกับคิด สักนิดนึงก่อนตอบว่าเป็นศูนย์ แต่เรื่องความห่วงใยก็ยังมีให้กันเหมือนเดิม เพราะเป็นพี่น้องกันถ้าขอรีเทิร์น
    

     ''ตอนนี้คงศูนย์ค่ะ เป็นเรื่องปกติ พี่น้องกัน เราเป็นพี่น้องกันอย่างนี้ดีแล้ว เรื่องที่พี่เอ็กซ์อยากกลับมาหนูก็ไม่รู้ พี่เอ็กซ์ก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกของหนู ตัวแบงค์เองก็ไม่ใช่ จริงๆ ตัวกระแตเองก็ไม่ได้กั๊กไว้ทั้งสองคน บอกได้เลยว่าไม่ใช่ คือกระแตก็ยังไม่ได้เซย์เยสกับพี่เอ็กซ์เลย แล้วพี่เอ็กซ์ก็ไม่ได้มาตื๊อกระแตให้คืนดีกันเลย เพราะเค้าก็มีคนที่ดูใจอยู่แล้ว ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะเดี๋ยวเค้าจะเสียใจเปล่าๆ''
    

     อย่างไรก็ตามนางเอกสาวเซ็กซี่ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่มีใครเป็นตัวเลือกของตนเอง พร้อมกับยันความสัมพันธ์กับหนุ่มนักบิน ''แบงค์'' ว่ายังคงเป็นเพื่อนกัน เพียงแต่ว่าช่วงนี้ไม่ได้เจอกันเท่านั้น
    

     ''ไม่มีใครเป็นตัวเลือกเลยค่ะ ใช้ชีวิตอย่างนี้ดีแล้วสนุกกว่า ช่วงนี้ติดเพื่อนด้วย แล้วก็ทำงาน ลองอยู่อย่างนี้บ้าง แล้วหนูก็ยังไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นนะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ใช้ชีวิตอย่างนี้ดีกว่า ก็สนุกดีนะ บางทีการที่เรารักตัวเองมากก็ดีไปอีกแบบหนึ่ง อย่างกับแบงค์เราเป็นเพื่อนกันปกติ คบหาดูใจกัน ก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟนกันที่ถึงขั้นว่าคุณต้องห้ามไปมีใคร...ยังโทร.คุยกันบ้าง แต่ว่าไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อน'' กระแตกล่าว
    

070908J2P0960.jpg

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - บีลิงหลุด

'บี' ผิดคิว 'ลิง' หลุด 'เคลลี่' มีเคืองกลัวหนุ่มๆคิด ไม่ซื่อ
 
'บี' ผิดคิว 'ลิง' หลุด 'เคลลี่' มีเคืองกลัวหนุ่มๆคิด ไม่ซื่อ ซุบซิบ ดารา ข่าวบันเทิง ข่าวดารา gossip ปาปารัสซี่ ภาพหลุดดารา นิตยสารบันเทิง
 
    ไปพลาดท่าเสียทีถูกปาปาราซซี่ชอนไชเลนส์กล้อง ระหว่างโพสท่าฉีกแข้งแหกขาท่วงท่าน่าหวาดเสียวบนเวทีในงานเปิดหนังสือ RPM เห็น “หวอ” จะจะ งานนี้นางเอกสาวหุ่นนางแบบ บี-น้ำทิพย์ จงรัชตะวิบูลย์ พอเห็นภาพถึงกับช็อก! “เห็นแล้วตกใจเลย คิดว่าไม่น่าจะเห็นอะไรนะ ไม่คิดว่าไฟแฟลชจะทะลุถุงน่องไปได้ขนาดนั้น คือวันนั้นบีรับหลายจ๊อบมาก วิ่งรอกมาแทบไม่ทัน ก่อนหน้านี้บีก็ไม่มีเวลาไปซ้อมเดินก่อนด้วย คอนเซปต์ของบีจะเซ็กซี่ บียังถามกลับไปเลยว่าบีไม่มีอะไรจะโชว์นะ คือเขาอยากให้บีเปลี่ยนลุคส์” ได้เห็นชุดก่อนเดินมั้ย? “ปกติบีจะใส่แนวนี้ประจำอยู่แล้ว แต่ใส่ถุงน่องแล้วโดนแบบนี้ไม่เคย ด้วยบีคิดว่าเราใส่ถุงน่องแล้วไม่น่าโป๊อะไร แต่วันนั้นมันดูโป๊ แต่ถ้าดูภาพจริงๆก็ไม่ถึงกับเห็นอะไร แล้วบีก็ใส่กางเกงใน แต่งตัวปกติท่อนบนใส่บราและติดสติกเกอร์ ท่อนล่างใส่ถุงน่องเลยไม่คิดว่ามันจะโป๊ แต่เป็นการโพสท่าเท่านั้นแหละ มันผิดคอนเซปต์ จริงๆแล้วบีต้องโพสกับโต๊ะสีดำ แต่บีดันไปโพสกับโซฟาสีแดง ซึ่งเป็นบีผิดคิวเอง แล้วคิวนั้นเราต้องรอให้นางแบบออกมาก่อนแล้วบีไม่ต้องไปโพส แต่ด้วยตอนนั้นบีไม่เห็นนางแบบ และไม่เห็นโต๊ะสีดำ บีคิดอะไรไม่ออกเลยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการโพสไปเรื่อยๆ เป็นเพราะเราไม่ได้ซ้อมก่อน” “สยามดารา” เอาไปลงโกรธมั้ย? “ไม่โกรธเลยค่ะ และคิดว่าช่างภาพไม่ได้จงใจถ่ายอันนี้ ถ้าเป็นการจงใจก็จะพูด แต่อันนี้บีว่าไม่ได้จงใจ เวทีอยู่ตรงกลางตากล้องล้อมรอบ พอดีเขาอยู่มุมนี้เลยได้ภาพนั้น เราระวังไม่เพียงพอเลยไม่คิด มาก” เจอภาพหวิวขนาดนี้ พี่เคลลี่มีเคืองมั้ย? “แน่นอน เขารู้ว่าบีระวังตัว แต่บางทีถ้ามีหลุดคราวหน้าก็ไม่ได้นะ จะเป็นห่วงมากกว่า แต่ไม่ถึงขนาดบ่น จะให้กำลังใจมากกว่า เพราะรู้ว่าบีรู้สึกแย่ๆ แต่จะเตือนคราวหน้าให้ระวังตัวจะสอน ในฐานะที่เขาเป็นผู้ชายไม่อยากให้ใครมาคิดในแนวลามกกับบี” มีผลต่อการรับงานคราวหน้ามั้ย? “มีแน่ เราต้องพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุด บีไม่คิดจะดังในทางนี้หรอก มันเปลืองตัวนะ และภาพพจน์ก็ดูแย่ด้วย”.
    

    

ent5.jpg

    

ent6.jpg

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - ประวิทย์เตือนแพท

"ประวิทย์" เตือน "แพท" ปกป้อง "ไก่-มีสุข" ยันพร้อมต่ออายุจอย



''ประวิทย์'' ป้อง ''ไก่-มีสุข'' อ่านข่าวผิดเป็นเรื่องธรรมดา เผยยินดีต่อสัญญา ''จอย-ศิริลักษณ์'' ส่วนกระแสดังแล้วหยิ่งของ ''แพท-ณปภา'' บอสใหญ่วิกพระราม 4 เผยเตือนแล้ว แต่จะปฏิบัติตัวได้ดีแค่ไหนก็แล้วแต่นิสัยคน

ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบ สำหรับกรณีที่พิธีกรและผู้ประกาศข่าวช่อง 3   ''ไก่'' มีสุข แจ้งมีสุข  ได้อ่านคำว่า ''สารทจีน'' เพี้ยนเป็น ''สาทรจีน'' ในรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง แม้ ''ไก่-มีสุข'' จะออกมาชี้แจงแล้วว่าความผิดพลาดดังกล่าเกิดจากสคริปต์ที่เขียนมาผิดๆ แต่ก็ยังมีเสียงต่อว่าอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งยังมีข่าวลือมาอีกว่า บอสใหญ่ช่อง 3 นายประวิทย์ มาลีนนท์ จะปลด ''ไก่-มีสุข'' ออกจากรายการอีกด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอ นายประวิทย์ ในงานแถลงข่าวเบื้องหลังความสำเร็จการ์ตูนแอนิเมชั่น   ''โฟร์แองจี้ สี่สาวแสนซน'' ที่ไอแม็กซ์ ชั้น 5 สยามพารากอน  จึงได้สอบถามถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ซึ่งบอสใหญ่เผยว่ายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพิธีกรสาว แต่คิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องธรรมดาของการรายการสด ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการบังคับอะไร อยู่ที่ตัวพิธีกรสาวมากกว่าว่าจะรับกับเสียงวิจารณ์ได้แค่ไหน

''ผมยังไม่ได้คุยกับไก่เลย วันนั้นที่รายการออกอากาศผมไม่ได้ดู แต่ลูกสาวดูและมาเล่าให้ฟัง ก่อนหน้านั้นเคยนัดคุยกันแต่ว่ายกเลิกไปเพราะผมติดนัดสังสรรค์ผู้ใหญ่ เมื่อกี้เจอก็ยังไม่ได้คุย ส่วนเรื่องมาตรการคงไม่ต้องมีอะไรหรอกครับ เรื่องนี้มันมีผิดพลาดกันได้ เป็นเรื่องธรรมดาของการอ่านข่าวสด  การที่ประชาชนและกระแสในอินเทอร์เน็ตจับตามองเขามาก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่าจะรับกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้มากแค่ไหน ทางเราไม่ต้องห่วง ถ้าเกิดเรื่องเราจะคุยกับทุกฝ่ายและให้ความเป็นธรรมแน่นอน''

ส่วนกระแสข่าวที่จะปลดพิธีกรสาวออกจากรายการนั้น นายประวิทย์ เผยว่า ยังไม่มีการปลดใครทั้งนั้น อีกทั้งยังย้ำด้วยว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆ สำหรับวงการบันเทิง ที่จะต้องมีเรื่องผิดพลาดเป็นปกติ

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามถึงโอกาสที่ทางช่องจะต่อสัญญากับ ''จอย'' ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้นายประวิทย์เผยว่า ทางช่องพร้อมให้นางเอกสาวอยู่ต่อเสมอ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจอยอยากจะอยู่หรือไป

''เรื่องนี้ผมเองก็ยังไม่รู้นะ ยังไม่ได้คุย เขาเองก็ยังไม่ได้เข้ามาคุย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา เพราะปัญหาเกิดจากทางเขาและอีกฝ่าย เราก็ไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก  ถามว่าต้องการจะให้เขาต่อสัญญาไหม ทางเราพร้อมจะต่อสัญญากับเขา แต่ไม่รู้เขาจะยังไง กับข่าวที่ออกมาเรื่องนี้กระทบกับช่องมากพอสมควรนะ  ถ้าทำงานกับคนอื่นไม่ได้ก็จะไม่เกิดความสบายใจ ตอนนี้ผมก็ไม่รู้เขาคิดยังไงกับช่องเหมือนกัน''

ต่อข้อถามว่า ที่ตอนนี้ทางช่องเน้นปั้นเด็กรุ่นใหม่ เพราะว่าเด็กใหม่คุมง่ายกว่าดารารุ่นเก่าหรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายประวิทย์กล่าวว่า ดารานักแสดงต้องมีการถึงจุดอิ่มตัว  เพราะสถานการณ์ต่างๆ พาไป คนเราจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนเดิม อย่างดารารุ่นใหม่เพิ่งเริ่มเข้าวงการ งานยังไม่เยอะก็จะเรียกใช้ง่ายกว่าดาราที่ติดลมบนแล้วเป็นธรรมดา

นอกจากนี้ บอสใหญ่วิกพระราม 4 ยังได้เปิดใจถึงกระแสข่าวดังหยิ่ง เรื่องมาก ของนางเอกสาว   ''แพท'' ณปภา ตันตระกูล ว่า ''เรื่องนี้เราพูดกับนักแสดงทุกคนตั้งแต่แรกเริ่มจะดังแล้วว่าพอเริ่มมีชื่อเสียงแล้วควรจะทำตัวอย่างไร อันนี้ก็แล้วแต่ตัวเขาเองว่าจะเลือกปฏิบัติอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาแล้วล่ะ'' นายประวิทย์ กล่าว

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - ชมพู่ยืนโพเดียม

"ชมพู่" ยืนโพเดียมคว้ารางวัลแข่งรถ



''ชมพู่'' อารยา เอ ฮาร์เก็ต ยอดนักซิ่ง คว้ารางวัลแข่งรถยนต์ทางเรียบ เฉือนนักแข่งรุ่นพี่ ส่วนเพื่อนดารา ''กระแต-ศุภักษร'' เบียดตามมาติดๆ งานนี้กองเชียร์หนุ่มๆ ที่ภูเก็ตเฮลั่น

หลังจากลองชิมลางเป็นนักแข่งรถมาได้พักใหญ่ๆ ในที่สุดนางเอกสาว ''ชมพู่'' อารยา เอ ฮาร์เก็ต ก็ได้ขึ้นโพเดียมกับเขาสักที  ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งมีบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด เป็นเจ้าภาพทำการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ตระเวนแข่งขัน 5 สนามทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีการแข่งขันกันที่จังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดภูเก็ตนับพันคน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

โดยรุ่นที่ได้รับความสนใจของประชาชนมากที่สุดคือการแข่งขันวีออส วันเมคเรซ ที่ใช้รถโตโยต้า วีออสมาแข่งขัน มีดารานักแสดงชื่อดัง ''ชมพู่'' อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ ''กระแต'' ศุภักษร ไชยมงคล มาร่วมแข่งขันด้วย นอกจากนี้มีนักแข่งชื่อดังมือสมัครเล่นที่เป็นหญิงรวมแล้ว 12 คัน และชายอีก 30 คันปล่อยตัวพร้อมกัน สองนักแสดงสาว ที่ร่วมการแข่งขันมาแล้วเป็นปีที่ 2 ต้องขับอย่างใจเย็น อาศัยไหวพริบหลบหลีกรถที่เกิดอุบัติเหตุและเร่งความเร็วชนิดคงที่ เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำจนสามารถเข้าเส้นชัยจบการแข่งขันทั้งคู่ โดยเฉพาะชมพู่สามารถคว้าอันดับ 3 ของการแข่งขันมาครอง ส่วนกระแตทำดีที่สุดได้แค่อันดับ 4 เท่านั้น ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ ได้แก่ ปาลีรัฐ ปานบุญห้อม แชมป์จากสนามแรก ก็คืนฟอร์มเก่งกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์คืนอีกครั้ง รองแชมป์ตกเป็นของ  กีณัชชา เย็นมะโนช
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - หมูอวกาศ

'เมจิ'แค้นฉายา'หมูอวกาศ' ข่มอาย 'เปิดพุงหลาม'.. เพื่อนช็อก!



หลังจากฮึด “เปิดพุงหลาม” ต่อหน้านักข่าวใน ฐานะพรีเซ็นเตอร์ทะลวงไขมันไปวันก่อน เมจิ-พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ ได้ ทำลายภาพ “นังร้ายเซ็กซี่” ไม่มีเหลือ แม้แต่เพื่อนใกล้ชิดเห็นภาพ “ไขมันหน้าท้อง” แล้วยังตกใจ ซึ่ง เมจิ เล่าว่า “หุ่น หนูเหมือนลูกหมู คนจะชอบเรียกเมจิว่า หมูอวกาศ ก่อนหน้านี้เพื่อนๆยังไม่เคยเห็นพุงหนูเต็มตา พอเห็นภาพที่ออกไปตกใจอย่างแรง ร้องโอ๊ย ใหญ่จังเลย ที่จริงหนูก็อายนะที่ไปเปิดพุงให้นักข่าวดูยังงั้น” แหมเห็นหัวเราะร่วน “หนูตลกตัวเอง แต่เดี๋ยวจะผอมแล้ว นี่เข้าไป 5-6 วันพุงก็ลดแล้ว” ทำไมจึงอยากผอม? “หนูได้แรงบันดาลใจจากพี่ฮันนี่ เล่นละครด้วยกันในสุดแต่ฟ้ากำหนดเล่นเป็นแม่หนู ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยกัน พี่ฮันนี่หุ่นดีเลยอิจฉาขึ้นมา พอถามพี่ฮันนี่ก็แนะนำหนูเลยไปเองบอกเขาหนูอยากผอม คิดราคาเท่าไหร่ หนูเป็นดารานะ เขาก็งง! เพราะหนูใส่เสื้อดูไม่ออกไง แต่พอถอดเสื้อให้ดูเท่านั้นแหละ เค้าตกใจเลย!” ใช่เลยคนมองว่า เมจิ เป็นนังร้ายเซ็กซี่ “กล้องช่วยเราได้ แต่พี่ตากล้องบ่นตลอดขี้เกียจใช้มุมกล้องช่วยแล้วนะ จะอ้วนไปไหนเนี่ย ที่จริงหนูก็ออกกำลังกายนะ แต่ตัวมันหนาขึ้น พี่เชร-กรุณพลแซวว่าจะไปเล่นมวยปล้ำเหรอ เอ้า นักชกหญิงมาแล้ว ทุกคนให้กำลังใจหนูมาก (พูดกัดฟัน) ผู้จัดฯก็เรียกหนูไอ้อ้วน มันเศร้านะพี่ เราเป็นนังร้ายต้องเซ็กซี่ ต้องใส่สายเดี่ยวเกาะอก ตอนนี้ทุกคนลุ้นมาก ถ้าหนูลดได้เพื่อนๆแก๊งพาวเวอร์ 3 จะมาทั้งแก๊งเลย หนูนับวันรอเลยนะตามกำหนด 24 ก.ย. แล้วหนูจะผอมให้ดู แล้วต้องลดแข่งกับพี่เบนซ์ด้วย จะเกทับกันตลอด” เห็นท่าที่ เมจิ หยิกต้นขาเบนซ์แล้ว เสียวมาก! “ก็พี่เบนซ์หยิกพุงหนู หนูก็คิดว่าจะหยิกตรงไหนให้พี่เบนซ์อายดีนะ ก็เลือกตรงต้นขานี่แหละ” ผอมแล้วจะถ่ายชุดว่ายน้ำมั้ย? “หนูอยากถ่ายมาก ถ้าหุ่นดีถ่ายไปก็ไม่อายใคร คงสะใจดี แต่ถ้ามาเน้นมากๆก็อาย เพราะหนูมีหน้าอกเยอะจัด ใส่ยังไงก็ดูโป๊ เอาแค่ใส่ธรรมดายังดูโป๊เลย”.

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - เกาเหลา 7 สี

เกาเหลา 7 สี “นุ่น – หนิง - เจี๊ยบ”




เรื่องเกาเหลาไม่กินเส้น มีให้เห็นกันทุกวงการ แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับก๊วน 3 สาวดารา 7 สี “นุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์,

หนิง-ภาราดา พัฒนาหิรัญ, เจี๊ยบ-ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย” ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน รักกันมานานร่วม 10 ปี จู่ๆ ก็มีข่าวลือว่าทั้ง 3 สาวเกิดเกาเหลากัน 

ซึ่งสาเหตุที่ลือกันให้สนุกปากว่าทั้ง 3 สาวนั้นแตกคอกันนั้น เป็นเพราะต่างคนต่างโตขึ้น มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง ก็เลยมีเรื่องของความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการทำงานการบริหารธุรกิจ มีเรื่องของอีโก้ส่วนตัวขึ้นมาเป็นเรื่องขัดใจ แถมขาเม้าท์ยังบอกอีกว่าเรื่องของการขัดแย้งรอบนี้เป็นเพราะมีการตักเตือนกันเรื่องการคบหาเพื่อนชายซึ่งถือเป็นเรื่องส่วนตัว ก็เลยมีอารมณ์ไม่พอใจกันเกิดขึ้น เป็นชนวนเหตุที่ทำให้แตกคอ

โดยที่เป้าของประเด็นการแตกคอนี้ ไปตกอยู่ที่ “เจี๊ยบ ชมพูนุช” น้องเล็กของกลุ่มที่ทำตัวเหินห่างออกไปจากกลุ่ม เพราะน้อยอกน้อยใจที่พี่ๆ ในกลุ่ม ซึ่งกรณีข่าวนี้ “เจี๊ยบ” ได้โต้ข่าวว่า...

“เรื่องข่าวนี้ไม่มีอะไรค่ะ เจี๊ยบเพิ่งไปฝรั่งเศสด้วยกันและกลับมาด้วยกัน ทุกอย่างเรายังโอเค. ข่าวที่บอกว่าเรา 3 คนแตกกันแล้ว มันไม่ใช่ค่ะ เราไม่ได้แตกกัน ยังคงเป็นเพื่อนกัน รักกันเหมือนเดิม มีอะไรก็ยังปรึกษากัน

เรื่องงานก็ไม่มีขัดแย้งกัน เพราะเราถนัดกันคนละทาง ไม่มีการคิดเห็นไม่ตรงกัน อย่างเรื่อง ‘ร.ร.นาฏก’ ที่นุ่นกับพี่หนิงเป็นเมนอยู่แล้ว เจี๊ยบเองเป็นน้องเป็นเด็ก เจี๊ยบก็ช่วยในส่วนเล็กๆ น้อยๆ เช่นในส่วนของงานพิธีกร หรือว่าอะไรที่เจี๊ยบได้ถนัด สามารถแบ่งเบาได้บ้างก็จะช่วย เพราะฉะนั้นเรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันไม่น่าจะใช่ เพราะเราอยู่ด้วยกันแบบเราแชร์ความคิดเห็นอยู่แล้ว ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีข่าวมาได้ยังไง แต่ถ้าถามตัวเจี๊ยบก็คือไม่มีอะไร เรายังเป็นพี่เป็นน้องกันเหมือนเดิม

ปัญหาเรื่องเตือนคบเพื่อนผู้ชาย เรื่องส่วนตัว ที่เตือนๆ กันแล้วไม่ฟังกัน จริงเหรอข่าวเป็นแบบนั้นเหรอ มันไม่มีนะคะเรื่องแบบนั้น ถามเจี๊ยบว่ามันไม่มีอะไรที่ทำให้เป็นเหมือนที่ข่าวออกมา เราคุยกันปรึกษากันในทุกๆ เรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องอย่างที่บอกนี่คือไม่มีแน่นอน ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย

ห่างเหินกันไหมก็ไม่ห่างนะคะ เราก็เพิ่งไปทานข้าวด้วยกันมา เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส อุ่นใจได้ว่าเรายังรักกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่  เรา 3 คนไม่ได้คุยกันถึงเรื่องข่าวนี้เป็นกิจลักษณะ คือไม่ได้จับมาเป็นเรื่องซีเรียส แค่จะเล่าสู่กันฟังว่าวันนี้มีข่าวแบบนี้อย่างนี้นะ ก็ขำๆ ยิ้มๆ กัน ทั้งหมดทั้งมวลเรารู้ตัวเราว่า เราทำอะไรเรารู้อยู่ที่ตัวเราเอง อะไรใช่อะไรไม่ใช่เราก็เป็นคนที่รู้ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้จับมาเป็นประเด็นสำคัญในกลุ่มของเรา

เราไม่เคยทะเลาะกันเลย  ถ้าคิดเห็นไม่ตรงกันก็ไม่เถียงกันนะ อย่างเจี๊ยบก็คือจะฟัง แล้วก็จะเอาความคิดของแต่ละคนมามิกซ์ๆ กัน แต่เท่าที่คุยกันในแต่ละเรื่องเนี่ย ความคิดเห็นของพวกเราค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันแนวทางเดียวกันมากกว่า เราอยู่กันมาแบบนี้ 8-10 ปี

ส่วนที่บอกว่าเรื่องน้องบี (มาติกา อรรถติโพธิ์) มาดึงเจี๊ยบไปอยู่ด้วย ทำให้ห่างเหินกับพี่นุ่นพี่หนิง จริงๆเราอยู่แบบนี้กันมานานแล้วมี พี่นุ่น พี่หนิง เจี๊ยบ และน้องบี  บางทีเรานักข่าวอาจจะไม่ได้เห็นภาพที่ไหนมาไหนด้วยกันรึเปล่า ก็เลยทำให้เข้าใจผิดว่าเราแยกกัน  น้องบีคบกันมานานแล้ว  ฉะนั้นในกลุ่มก็สนิทกันมานานมากไม่น่าจะมีข่าวอะไรแบบนี้

ตัวเจี๊ยบเองเป็นน้อง ก็จะเคารพนับถือเกรงใจ พี่นุ่นพี่หนิง ถึงเราจะเป็นเพื่อนกันสนิทกันแค่ไหน แต่ว่าความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง มารยาทการไหว้ ปัจจุบันเจี๊ยบก็ยังเป็นอยู่ เจอหน้าก็ยังยกมือไหว้หรือบอกกล่าวว่าสวัสดี จะกลับก็บอกพี่เขาว่าเจี๊ยบจะกลับแล้วนะคะ มันเป็นเรื่องปกติที่เจี๊ยบต้องทำอยู่แล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติทุกอย่างเหมือนเดิม เรายังรักกันดีค่ะ” เจี๊ยบกล่าว

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - ทาทาโต้ข่าวท้องก่อนแต่ง

"หนูอยากท้องจะตาย แต่ไม่เห็นท้องเลย" ทาทาโต้ข่าวท้องก่อนแต่ง สื่อพาอึ้งคำตอบสุดมั่น



ซูเปอร์สตาร์สาว ''ทาทา ยัง'' ออกโรงแจง หลังโดนกระแสข่าวฉาวโจมตียับ ทั้งท้องก่อนแต่ง แถมป่วยเป็นโรคช็อกโกแลต ซีสต์ เจ้าตัวแอบจิกสื่อ ''เก่งเนอะ รู้ลึกถึงเรื่องในมดลูก'' แต่ยังยันชัดเรื่องท้องไม่มีชัวร์

เดินทางไปร่วมงานรอบปฐมทัศน์เปิดตัวหนังสารคดี ''ทราฟฟิก: แอนด์ เอ็มทีวี เอ็กซิท สเปเชียล'' ในฐานะแอมบาสซาเดอร์ ผู้รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำหรับซูเปอร์สตาร์สาวขวัญใจโจ๋ไทย ''อมิตา ทาทา ยัง'' โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้น บริเวณชั้น 6 สยามพารากอน

 ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักต่างใจจดใจจ่อเฝ้าคอยศิลปินสาวเพื่อเกาะติดเรื่องราววุ่นๆ ที่มีเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องท้องก่อนแต่ง รวมทั้งอาการป่วยเป็นโรคช็อกโกแลต ซีสต์ ที่มีเข้ามาล่าสุดสดๆ ร้อนๆ

 โดยศิลปินสาว ''ทาทา ยัง'' ได้กล่าวถึงประเด็นท้องก่อนแต่งเป็นอันดับแรก และได้ปฏิเสธไปตามระเบียบ ''หนูอยากท้องจะตาย แต่ไม่เห็นท้องเลย'' จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ยิงคำถามเรื่องอาการป่วยโรคช็อกโกแลต ซีสต์ ''เก่งเนอะ รู้ลึกถึงเรื่องในมดลูกเลย'' พร้อมกับหัวเราะร่วนออกมา ก่อนยันชัดว่าตนเองไม่ได้เป็นโรคดังกล่าวแน่นอน ''ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะถ้าเป็นอะไรจริงๆ ทาทาต้องบอกกับทุกคนแน่นอนค่ะ ตอนนี้ร่างกายทาทาแข็งแรงดี สามารถกลับมารับงานได้ตามปกติ รวมทั้งน้ำหนักก็ลดลงมาแล้ว ทำให้หุ่นดีเหมือนเดิม'' 

 จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ยิงคำถามว่า รู้สึกกดดันหรือเปล่าที่โดนกระแสข่าวฉาวโจมตีตลอด เจ้าตัวตอบกลับทันที รู้สึกกดดันสุดๆ แต่ยังยิ้มได้ที่มีคนรอบข้างให้กำลังใจ ''ทาทาโชคดีค่ะ ที่มีเปรม มีป๋า มีคนใกล้ตัวทาทาอีกมากมายที่เข้าใจ และคอยเป็นกำลังใจให้กับทาทาได้ยิ้ม และก้าวเดินไปในวันข้างหน้า''

 อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังไม่ยอมชี้ชัดเรื่องกำหนดวันหมั้นหมายเหมือนเดิม ''ที่หลายคนบอกว่ากำหนดวันหมั้นของทาทา กับ เปรม เป็นวันที่ 11 พ.ย.นั้น ทาทาไม่บอกค่ะ เพราะถ้าวันนั้นมาถึงเดี๋ยวก็รู้เอง แล้วอย่าลืมไปร่วมงานหมั้นทาทานะคะ'' ทาทา กล่าว

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

8 September 2007 - อ่อม ตัดเพื่อน ตุ๊ยตุ่ย เหตุร่วมธุรกิจมีปัญหา

"อ๋อม" ตัดเพื่อน "ตุ๊ยตุ่ย" เหตุร่วมธุรกิจมีปัญหา แถมยันขออโหสิกรรมให้



แตกคอกันอีกคู่ ''อ๋อม-สกาวใจ'' ยันไม่ขอทำธุรกิจร่วมกับใครอีก หลังถอนหุ้นจากบริษัทเครื่องสำอางที่ร่วมทุนกับ ''ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาด'' เจ้าตัวยันขออโหสิกรรมให้ ด้าน ''ตุ๊ยตุ่ย'' โต้เรื่องราวไม่ได้แย่อย่างที่คิด พร้อมเคลียร์ปัญหากับเพื่อนซี้เสมอ

เคยเป็นเพื่อนรักและไว้ใจกันสุดๆ สำหรับ ''อ๋อม'' สกาวใจ พูนสวัสดิ์ กับเพื่อนซี้ ''ตุ๊ยตุ่ย'' พุทธชาด พงษ์สุชาติ จนกระทั่งลงทุนเปิดบริษัทเครื่องสำอาง ''แคทเธอลีน'' ด้วยกัน ช่วงแรกก็สะดวกราบรื่น ไม่มีการขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ แต่ร่วมหุ้นกันมาได้ไม่นานเท่าไร ก็มีข่าวลือว่าทั้งคู่แตกคอกันซะแล้ว ซึ่งปัญหาเกิดจากเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ไม่เข้าใครออกใครนั่นเอง 

 ข่าวความคืบหน้าผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังอ๋อมเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง เมื่ออ๋อมกล่าวว่าเธอได้ถอนหุ้นออกจากบริษัทแล้ว และย้ำว่าใครโกหกก็รู้อยู่แก่ใจ 

 ''เรื่องบริษัทตอนนี้มีชื่ออ๋อมเป็นหุ้นส่วนอยู่แล้ว คือเรื่องแบบนี้ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจแหละค่ะ มันต้องใครที่โกหกสักคนหนึ่ง แต่อ๋อมอยากให้มันจบๆ ไป ขออโหสิกรรมให้ทั้งหมด ตัวอ๋อมเองไม่อยากพูดถึงมันแล้ว ไม่อยากพูดถึงมัน เพราะใครทำอะไรก็ต้องรู้อยู่ว่าทำอะไรลงไป มันต้องมีคนโกหกคนหนึ่ง แล้วอ๋อมก็คิดว่าเรื่องนี้มันจบไปแล้ว''

  ''ใครทำไม่ดีกับเราก็อโหสิกรรมไปแล้วกัน อ๋อมไม่อยากตอบเรื่องนี้แล้ว รู้แต่ว่าตอนนี้เข็ดที่จะต้องทำธุรกิจกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวแล้วล่ะค่ะ จะทำธุรกิจอีกก็คงทำคนเดียวหรือไม่ก็ทำกับคุณพ่อคุณแม่เราจะดีกว่าเพราะยังไงท่านก็ไม่โกงลูกอยู่แล้ว'' อ๋อมกล่าว 

 ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง อ๋อม กับ ตุ๊ยตุ่ย จะสามารถเป็นเพื่อนกันต่อไปได้หรือไม่นั้น อ๋อมเผยว่า ไม่อยากพูดถึงแล้ว ตั้งแต่ถอนหุ้นก็ยังไม่ได้เจอตุ๊ยตุ่ยอีกเลย แต่ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีการเคลียร์อะไรอีก เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

 ด้านอดีตเพื่อนซี้ ตุ๊ยตุ่ยได้กล่าวตอบโต้ไปยังสาวอ๋อมด้วยว่า ตนเองไม่ได้โกหก และยืนยันว่าเรื่องการทำธุรกิจนั้นทุกคนล้วนได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่พร้อมเคลียร์กับเพื่อนรักเสมอ

 ''โกหกเรื่องอะไรคะ พี่ไม่เคยโกหก แล้วเราก็ไม่ได้แตกคอกันด้วย พี่ว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับลงผิดมากกว่า อย่างการทำธุรกิจครั้งนี้ก็ไม่มีใครเสียผลประโยชน์ แต่ในเมื่ออ๋อมเค้าต้องการออกไปไม่อยากทำมันก็แค่นั้น พี่เองก็ไม่อยากพูดอะไรให้มันบานปลายอีก เพราะมันจะยืดยาวไม่เป็นเรื่อง''

 ''อย่างตอนนี้พี่ก็ยังทำอยู่ แล้วก็โอเคดี ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ ว่าเวลาใครคนใดคนหนึ่งเลิกไปจะต้องมีคนมาคอยจ้องจับผิดว่าจะต้องมีฝ่ายหนึ่งเป็นนางเอก อีกฝ่ายต้องเป็นตัวร้าย เหตุการณ์นี้แค่อ๋อมเค้าไม่อยากทำ เค้าก็ขอถอนตัวออกไปเท่านั้นเอง''

 ''ส่วนเรื่องการเคลียร์กันนั้น พี่ไม่มีอะไรกับอ๋อมนะ คุยกับอ๋อมได้เสมอ และพี่ไม่ได้รู้สึกกับอ๋อมด้านลบเลยนะ แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ'' ตุ๊ยตุ่ย กล่าว
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - อ่อม-เอ เตรียมวิวาห์

อ๋อม-เอ เตรียมวิวาห์

เดี๋ยวนี้รับงานเป็นแพ็คเกจคู่แล้ว ในงานครบรอบ 5 ปีนิตยสารฮันนีมูน คู่ของสาว "อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์" และแฟนหนุ่ม "พี่เอ" เริ่มแสดงออกชัดเจนมากขึ้นทุกวัน แบบนี้แสดงว่ารักสุกงอมซะแร้วว งานนี้น่าจะได้ฤกษ์วิวาห์ตามคู่รักอื่นๆ ในปีนี้แน่นอน

รับงานเดินแบบคู่กันเป็นครั้งแรกใช่มั๊ย?....."ไม่เคยเดินแบบด้วยกันเลย คอนเซ็ปท์งานก็ออกแนวหวานแวว ( หวานๆ แบบนี้เมื่อไหร่จะมีข่าวดีสักกะทีล่ะ? ) ก็..เร็วๆ นี้ละค่ะ ไม่นานหรอก ปีนี้คงยัง เพราะดาราแต่งเยอะมาก ปล่อยให้คู่อื่นแต่งกันไปก่อน แต่ยังไม่ได้ดูฤกษ์เลย ยังบอกๆ ไม่ได้ว่าเดือนไหน แต่คงไม่นานนี้แหละค่ะ"

เตรียมตัวสำหรับงานแต่งงานยังไงบ้าง?....."ก็มีไปดูๆ บ้าน เตรียมปลูกเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องงานแต่งงานในฝัน ก็อยากจะเป็นแบบน่ารักๆ ไม่ต้องใหญ่โตอะไร เอาเพื่อนฝูง นักข่าว และคนที่เรารักมาก็พอ"

จะมีหมั้นไว้ก่อนหรือเปล่า?....."ยังไม่รู้เลยล่ะค่ะ เรือนหอเราซื้อที่ปลูกบ้านเองแถวศรีนครินทร์แหละคะ ( เรื่องสินสอดว่ายังไงบ้าง? ) ก็..เอาแบบเซอร์ไพรส์ดีกว่า เลยยังไม่บอก"
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - เปรม ทุ่มให้ ทาทา แบบจิ๊บๆเครื่องเพชร 15 ล้าน

เปรม ทุ่มให้ ทาทา แบบจิ๊บๆ เครื่องเพชร 15 ล้าน

ถูกจับตามองอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับงานแต่งงานของซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง "อมิตา ทาทา ยัง" กับหวานใจหนุ่มไฮโซ "เปรม บุษราคัมวงษ์" ที่ไม่ว่าผู้สื่อข่าวจะแอบถามถึงเรื่องการเตรียมงานอย่างไร...ก็ไม่ยอมปริปากพูดเสียทีหนึ่ง



งานนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต้องหันหน้าไปถามนางแบบสาวเพื่อนซี้ "เก๋-ชลลดา เมฆราตรี" ในงานแห่งหนึ่งแทน ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามถึงเรื่องงานแต่งของ "ทาทา" ปุ๊บ...นางแบบสาวก็ถึงกับยอมรับว่าตนเองเป็นคนจัดงานแต่งของเพื่อนซี้ "ทาทา" จริง พร้อมกับอธิบายรายละเอียดงานให้ฟังอย่างยาวเหยียด

"จริงๆ งานที่ทาทาแถลงข่าวว่าจะหมั้นในงานเพชรพีรดาเจมส์ ก็เป็นงานแรกที่เราทำ ส่วนงานแต่งงานทาทาไม่ได้ชาร์จตังค์เลย คือเก๋ทำทุกอย่างตั้งแต่ช่วยคิดคอนเซปต์งาน ด้วยความที่เขาเป็นเอนเทอร์เทนเนอร์ตั้งแต่เด็ก ก็คงสนุกแน่นอนอยู่แล้ว เพราะงานแต่งของเค้าอาจจะมี 2 รอบคือรอบสื่อฯ กับรอบแขก ส่วนพิธีก็คงทำแบบไทยพุทธทั่วไปแหละค่ะ"

ถามต่อถึงเรื่องงบประมาณในการจัดงานหมั้นและงานแต่งของ "ทาทา" ?....."คือเราคุยกันแล้ว ถ้าเอาแบบฟุ่มเฟือยสุดๆ นะ ยังไงก็ไม่น่าจะเกิน 7 ล้านบาท ก็คงอยู่ราวๆ นี้อยู่แล้ว แต่ไม่ว่ายังไงน้องทาทาเค้าก็อยากให้งานแต่งของเค้าออกมาให้ดีที่สุด ก็งานแต่งของเราทั้งทีเนาะก็ต้องอยากให้มันออกมาดีอยู่แล้วล่ะ"

นางแบบสาวได้กล่าวต่อไปว่าด้วยความที่ตนเองมีร้านเพชร "พีรดา เจมส์" อยู่นั้น...ตนเองจะต้องออกแบบเครื่องเพชรให้ "ทาทา" ใส่ในงานด้วย....."ออกแบบเครื่องเพชรให้น้องทาทาเหรอ...ก็มีนะ คือที่คิดไว้ก็จะเป็นสร้อยเพชรแล้วก็มีรูปหัวใจอยู่ตรงกลาง ประดับล้อมไปด้วยเพชรหมดเลย แล้วก็ต้องมีชื่อของคุณเปรมอยู่ตรงกลางด้วย

เรื่องราคาสร้อยนี่ขอไม่บอกแล้วกันนะ ( หัวเราะ ) ก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่หรอก เพราะว่าเก๋ไม่ได้ชาร์จอะไรน้องเค้าเลย คือเราสนิทกันก็ทำให้กัน แล้วในงานแต่งเก๋ก็จะรับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานนี้ด้วยนะ ส่วนเรื่องวันฤกษ์หมั้นก็จะอยู่ที่ประมาณวันที่ 11-14 พ.ย. 50 นี้แหละค่ะ"

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับงบประมาณของอดีตกิ๊กเก่า "บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์" กับ "น้องฟ้า-นาตาลี เกลโบว่า" ที่จะมีขึ้นในช่วงประมาณเดือน พ.ย. เช่นเดียวกัน ก็ร่วม 10 ล้านบาท ไปแล้ว แต่ทางด้านของ "ทาทา" หากรวมงานแต่ง...สินสอด...และเครื่องเพชร เห็นจะเกิน 10 ล้านอย่างแน่นอน

งานนี้เห็นทีว่าช่วงประมาณเดือน พ.ย.50 นี้คงได้รู้กันว่างานแต่ง "ทาทา-เปรม" หรืองานแต่ง "บอล-ฟ้า" งานไหนจะเป็นงานช้าง...ในรอบปีมากกว่ากัน ???


Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - หยาดแจกนมกลางงาน

หยาด แจกนมกลางงาน !!

"หยาดทิพย์ ราชปาล"
นางเอกเซ็กซี่เสน่ห์แรงขึ้นแคทวอล์คครั้งแรก หวุดหวิดโชว์ทั้งเต้า เมื่อเร็วๆ นี้งานเลี้ยงฉลองเปิดร้าน "T-RA" ของดาราสาว "หน่อย-บุษกร พรวรรณศิริเวช" ที่โรงแรมออลซีซั่น ซึ่งงานนี้มีเหล่าบรรดาดาราและนางแบบมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ภายในงานนี้มีการเดินแบบของดาราสาวสวย อาทิ "เชอร์รี่-เข็มอัปสร, เข็ม-รุจิรา, อุ๋ม-อาภาศิริ" และนางแบบอีกมากมาย แต่งานนี้ที่เป็นไฮไลท์ของงานคงจะต้องเป็นของนางเอกวิก 3 "หยาดทิพย์ ราชปาล" ที่เล่นทำเอาคนในงานตะลึง เพราะชุดที่สาวหยาดสวมใส่นั้นเกือบหลุดจากอก ซึ่งงานนี้หยาดออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

"จริงๆ แล้วมันเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะชุดที่เราใส่วันนี้มันหลวม พอหยาดใส่จึงทำให้เกือบหลุด แต่เราว่ามันก็ไม่ได้โป๊มากไป ซึ่งงานวันนี้เขาไม่รู้ไซน์ เพราะหยาดหุ่นไม่เหมือนนางแบบคนอื่นๆ คงเป็นเพราะชุดวันนั้นไซน์ใหญ่กว่าตัวหยาดนิดนึง เราคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเราตัวเล็กและเตี้ย ถ้าจะให้ใส่ชุดยาวมันจะยาวเกินตัว เราเลยต้องใส่ชุดสั้นตลอด และถ้าลองสังเกตดีๆ วันนี้เราแต่งตัวไม่โป๊นะ เพราะระวังตัวเองมากที่สุด

ส่วนวันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะโชว์ตั้งใจจะมาถ่ายนิตยสารมากกว่าและคิดว่าไม่เด่น เราเห็นเวลาดารานางแบบคนอื่นเดินหลุดจะมองว่าเขาตั้งใจโชว์หรือเปล่า เรื่องนี้เขาไม่ตั้งใจหรอกเพราะมันเป็นงาน สมัยนี้เห็นพริตตี้ใส่ชุดโป๊กันหมดแล้ว และเราก็ไม่คิดว่าวันนี้เราแต่งตัวโป๊ ส่วนชุดจะโป๊หรือไม่น่าจะอยู่ที่คนใส่มากกว่า ส่วนความรักตอนนี้ยังมีคนเข้ามาจีบบ้าง แต่ยังไม่ได้ศึกษาใคร เพราะตอนนี้เรามีเวลามากขึ้นและก็สามารถที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่

และเราก็คิดว่าถ้าใครจะมาจีบเราไม่จำเป็นต้องไฮโซ อยากให้มองว่าดาราผู้หญิงก็สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้องหาผู้ชายรวยๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ชอบคิดกัน แต่ถ้าจะให้มองคนตอนนี้ยากเพราะเรายังเข็ดไปอีกนาน ช่วงนี้จะมีเวลาอยู่กับเพื่อนเยอะมากขึ้น หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบปีก็มีไปเที่ยวคุยกันเจอกันชีวิตตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วและเร็ว ๆ นี้จะมีเปิดกล้องละคร ซึ่งเราเองก็ตกลงรับงานเขาไปแล้ว"

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - แดน โต้ข้อหาหนีสื่อ ปัดตอบหิ้ว มด ขึ้นคอนโด

แดน โต้ข้อหาหนีสื่อ ปัดตอบหิ้ว มด ขึ้นคอนโด



มีประเด็นร้อนว่านักร้องหนุ่ม "แดน-วรเวช ดานุวงศ์" พานักร้องสาว "มด-ชุติมณฑน์ ชัยรัตน์" ไปขึ้นคอนโดย่านจันทรเกษม พอออกงานมาเจอนักข่าวเลยทีไรก็ชิ่งหนีกลับแบบด่วนจี๋ จนมีกระแสว่านาย "แดน" ไปกับสาว "มด" จริงๆ เลยไม่อยากพูดเรื่องที่เกิดขึ้น

จนเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายโมง "แดน" เลยขอแถลงข่าวที่ตึกอาร์เอส เพราะความไม่สบายใจที่มีข่าวลือเสียๆ หายๆ แบบนี้ออกมา โดยนาย "แดน" แถลงข่าวว่า....."เรื่องหนีนักข่าวผมไม่ได้หนีนะ แต่ไม่รู้มากกว่าว่ามีนักข่าวมารอสัมภาษณ์ อย่างจริงๆ เมื่อคืนผมมาเร็วนะ มาก่อนคนอื่นเลยจะเรียกผมออกไปสัมภาษณ์ก็ได้อยู่แล้ว

แต่พองานเสร็จผมก็กลับบ้านไงครับ ไม่เห็นมีใครพูดเลยว่านักข่าวมารอ พอมารู้จากพีอาร์ว่าทุกคนรออยู่ และมีข่าวตามออกมาว่าผมหนีนักข่าวเรื่องพาน้องมดขึ้นคอนโด ซึ่งมันไม่เป็นเรื่องจริงเลย ผมเลยรู้สึกเครียดและอยากบอกว่าไม่รู้เรื่องเลยครับ พอบอกว่าผมหนีไปเพราะเหมือนเป็นการยอมรับว่าทำจริงๆ เลยต้องออกมาแก้ข่าว"

จริงมั๊ยที่พา "มด" ไปขึ้นคอนโดย่านจันทรเกษม?....."ไม่จริง จะจริงได้ยังไงล่ะครับ เลยมาแถลงข่าว กับมดไม่มีอะไร ผมไม่มีคอนโดอยู่ที่นั่นเลย แต่เพื่อนผมที่เป็นผู้ชายชื่อ "คิม" อยู่คอนโดแถวๆ นั้น ผมก็มีแวะไปหาไปเยี่ยมเยียนบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่เคยเอาสาวที่ไหนไปด้วย ไม่เคยพาน้องมดไป คนหน้าคล้ายน้องมดก็ไม่มีหรอก"


Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - ยั่วผู้ชายสนุกดี ปีใหม่ชอบ

ยั่วผู้ชายสนุกดี ปีใหม่ ชอบ



เป็นสาวเซ็กซี่ที่งานชุกจนล้นมือทีเดียว สำหรับ "ปีใหม่-สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์" ผลงานล่าสุดที่กำลังออกอากาศให้แฟนๆ ได้ชมก็คือละครเรื่อง "หัวใจศิลา" และภาพยนตร์ "วิดีโอคลิป" ซึ่งผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะมีภาพโปรโมตสุดสยิวแล้ว

บทบาทที่สาว "ปีใหม่" ได้รับยังหวือหวาสุดๆ กับบท "โคโยตี้" ซึ่งเธอต้องเข้าฉากเต้นยักย้ายส่ายสะโพกสู้กล้อง เพื่อให้ได้มุมภาพที่สมจริง เจ้าตัวก็เลยขอทุ่มสุดตัวโชว์เอวอ่อน ร่อนสะโพกชนิดเทกเดียวผ่าน อย่างกับโคโยตี้มืออาชีพเลยทีเดียว

"หนูเต็มที่กับงานอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพของเรา อย่างที่ต้องเล่นเป็นโคโยตี้ก็เคยเห็นมาบ้าง เลยทำให้เราแสดงออกมาได้เลยโดยไม่ต้องซ้อม แต่ก็จะแอบใส่ท่าเต้นน่ารักๆ สไตล์ของตัวเองลงไปด้วย เพื่อไม่ให้ดูเซ็กซี่เกินไปค่ะ ถามว่าอายหรือเปล่าเขินมากกว่า เพราะว่านักแสดงสมทบเยอะ แล้วเราต้องเต้นยั่วๆ ให้เขาดู แต่ตอนถ่ายทำเขาก็สนุกไปกับเราด้วยเลยไม่เกร็งค่ะ"

นอกจากนี้ "ปีใหม่" ยังได้เผยถึงผลตอบรับจากละครเรื่อง "หัวใจศิลา" ด้วยว่าเรตติ้งดีมาก เพราะไปไหนมาไหนก็มีคนเข้ามาทักตลอด โดยเฉพาะฉากยั่วพระเอก ( บี้ เดอะสตาร์ ) รู้สึกสนุกคนละแบบกับงานภาพยนตร์ ส่วนเรื่องงานถ่ายแบบวาบหวิวนั้น "ปีใหม่" เผยว่าคงต้องรอสักพัก หากมีอะไรที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา คอนเซปต์ก็อาจจะได้เห็นกันอีก
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - นัท ปัด รีเทิร์นเต่า

นัท ปัดรีเทิร์น เต๋า

มีข่าวว่าอดีตสามีไปรอรับที่ "ฟ้าจรดทราย" ทุกรอบ งานนี้สงสัยคู่รัก "เต๋า-สมชาย เข็มกลัด" กับสาว "นัท-มีเรีย เบเนเด็ตตี้" จะมีโอกาสรีเทิร์นน่ะสิ เจอสาว "นัท" ที่งานเปิดตัวสินค้าโอเลย์ โททัลเอฟเฟค ที่เจ้าตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้อย่างยาวนาน โดยสาว "นัท" ยิ้มแย้มและเปิดใจเรื่องที่เกิดขึ้นว่า

"เปล่าเลยค่ะ ไปดูรอบเดียวรอบ press ( มีคนบอกว่าเต๋ามารอเพื่อจะรับไปกินข้าว? ) เปล่าค่ะ ไม่ได้มารอเลยที่จะรับไปทานข้าว พอดีวันสุดท้ายคือเค้าจะมาดูอีกรอบนึง แต่มาไม่ทัน ( คนเลยมองว่านี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าจะรีเทิร์น? ) คงไม่ค่ะ แต่คงเป็นเพื่อนกัน เจอกันได้ กินข้าวด้วยกันได้ แต่คงจะไม่กลับมาเป็นแฟนหรือคู่รักกัน ไม่ใช่ว่าเราจะกลับมารีเทิร์น เหมือนเราลืมเรื่องเก่าให้หมด แล้วก็มาเริ่มใหม่ในแง่ของความเป็นเพื่อน มันก็สบายใจดีแฮปปี้ค่ะ"

ล่าสุดบอกมีไปทานข้าวด้วยกัน?....."ก็มีค่ะ 1-2 ครั้ง ไปธุระกันด้วย ไปงานวันเกิดของหลวงปู่ด้วย ก็ไปกันหลายๆ คน ไปกับคนที่เรารู้จักกันอยู่แล้วค่ะ แล้วก็รู้สึกมันก็ดีนะ นัทว่ามิตรภาพแบบนี้มันดีค่ะ ( มีคนเชียร์ให้กลับมารักกัน? ) ถ้าลุ้นนะ ลุ้นในแง่ว่าให้นัทและเต๋าเป็นอีกหนึ่งคู่ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมา แล้วก็กลับกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันดีกว่าค่ะ แม้ว่าจะไม่สามารถกลับมาเป็นคู่กันอีกแล้ว"

เปอร์เซ็นต์จะกลับมาไม่มีเลยเหรอ?....."นัทว่าไม่น่าจะนะ แบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วนะ นัทเองก็มีความสุขดีที่เป็นอย่างนี้ ( ล่าสุดมีข่าวแว่วว่าเต๋าแอบไปจีบนักศึกษา? ) อันนี้ไม่รู้นะ ข่าวก็ไม่รู้ว่าจริงมั้ย แต่ถ้าจะจริงก็ไม่เป็นไร คือมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับนัทค่ะ ก็คือมันเป็นเรื่องธรรมชาตินะ การมีคู่มันเป็นเรื่องปกติมาก"

แล้วถ้าเค้าพร้อมที่จะมีนัทจะรู้สึกยังไง?....."การที่จะพร้อมมีคนอื่นมันเป็นเรื่องดีอยู่แล้วค่ะ อย่างที่บอกไงคะ นัทรู้ว่าเราคบกันยังไง แบบไหน เพราะฉะนั้นอะไรที่ดีๆ ก็ยินดีกันอยู่แล้วค่ะ"
Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - นัวเนียสาว"แต๊ง หินกลิ้ง"

นัวเนียสาว “แต๊ง หินกลิ้ง”

เคยติดดตามผลงานพระเอกหนุ่มหน้าใส ละครเรื่อง “กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้” อย่าง “แต๊งค์- พงศกร มหาเปารยะ” หลังจากตกเป็นข่าวกับดาราสาว “เทย่า โรเจอร์” เคยเห็นทั้งคู่ควงกันไปเดินเล่นที่สยาม


ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ มีภาพหลุดของพระเอกหนุ่มแต๊งค์กับแฟนสาวนามว่า “โอ๊ต” เป็นสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชื่อดัง ย่านรามคำแหง ซึ่งในภาพหนุ่มแต๊งค์ได้ถอดเสื้อเปลือยกายท่อนบนนอนซบกับแฟนสาวแบบเนื้อชิดกันอย่างสนิทสนม

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถาม “หนุ่มแต๊งค์” พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า

“ตอนนี้ยอมรับว่ามีแฟนแล้ว กำลังศึกษาดูใจกันอยู่ ผมกับแฟนยังคบกันไม่ถึงปีเลย ส่วนภาพหลุดในอินเตอร์เน็ตกับแฟนสาว ที่ไหน ผมยังไม่รู้ครับ ผมต้องขอเห็นรูปก่อนครับ ส่วนตัวผมคิดว่า อาจจะเป็นรูปส่วนตัวที่เพื่อนนำมาโพสต์ลงในเว็บHi5มั่งครับ เพราะถ้าเป็นผมจะไม่เอาไปลงแน่นอนผมจะเซฟตัวเองที่สุด”

ซึ่งภาพผู้หญิงที่อยู่ใกล้ชิดกับตนนั้น ขอยืนยันเป็นแฟนผม เพราะผมมีแฟนอยู่คนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เปิดตัวเลย ส่วนในรูปที่ผมถอดเสื้อต้องขอกลับไปดูก่อน ถ้าใครโพสต์ก็อาจจะต้องมีการพูดคุยกัน แล้วผมจะให้สัมภาษณ์ข้อมูลที่ชัดเจนอีกทีหนึ่ง

“เรื่องดังกล่าว ผมไม่ได้รู้สึกเครียด อย่างตอนที่ตกเป็นข่าวกับเทย่าแฟนผมก็รู้อยู่แล้วว่า ผมกับเทย่าเป็นเพื่อนกัน ผมไม่จำเป็นต้องพูดหรืออธิบายอะไรอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้ทำอะไรออกนอกหน้า หรือน่าเกลียด เจอกันเหมือนเพื่อนเจอเพื่อน แฟนของผมเขายังไม่ได้รู้จักกับเทย่าเป็นการส่วนตัวด้วย

“แต่ตามประสาผู้หญิงเขาจะมีหึงหวงกันบ้างเป็นธรรมดา แต่เราคุยกันด้วยเหตุผลเขาก็จะเข้าใจ แล้วตอนนี้เขาก็ไม่ระแวงผมแล้วด้วย เพราะทุกอย่างเคลียร์ลงตัวเรียบร้อย”

ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับแฟชั่น แล้วผมก็เอาจิลเวอร์รี่มาโชว์ที่ร้าน “พี่ต๋อย (นาคาร่า)” และร้านผมก็ตั้งอยู่ที่ ห้างสยามพารากอน ส่วนข่าวที่ว่าผมไปซื้อสร้อยกับเทย่าจริงๆแล้วนั้นเป็นร้านผมเอง คงไม่มีอะไรมากนัก

“ตอนนี้เทย่าเป็นแค่เพื่อนกัน หลังจากที่เทย่าเรียนจบจากอเมริกา เขาก็บินมาถ่ายละคร จริงๆแล้วเขามีเพื่อนหลายกลุ่ม แต่ถ้ากรณีที่เพื่อนเขาไม่ว่าง เขาจะโทรนัดเจอกับผม นานทีเราจะคุยกันไม่ถึงขั้นว่าจะต้องโทรหากันตลอด” แต๊งค์กล่าวทิ้งท้าย


Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - แตงโมโต้พึ่งมีดหมอทำสวย

แตงโม โต้พึ่งมีดหมอทำสวย

ตั้งแต่หายป่วยจากอาการปาดเจ็บรถยนต์พลิกคว่ำ กลับมาคราวนี้ ใครๆ ต่างก็ชมว่า "แตงโม-ภัทรธิดา พันชรวีระพงษ์" สวยขึ้นผิดหูผิดตา นึกว่าทำศัลยกรรมยกเครื่องใหม่ซะอีก

"ที่คนมองว่าสวยขึ้นอาจเป็นเพราะคนไม่ได้เห็นเรานาน แต่ละคนคงคาดหวังว่าเราคงแย่กว่านี้ พอเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากคงผิดคาดมั้ง แต่จริงๆแล้วโมไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย นอกจากทายาตามที่หมอสั่ง บางทียังแอบเอายาทาแผลมาทาหน้าเลย แต่ที่หนักใจสุดคือ แผลที่หน้าท้องใหญ่มากยังกับแผนที่ เวลาถ่ายแบบฝ่ายกราฟฟิกคงเหนื่อย เพราะต้องลบแผลโมยากหน่อย"

รู้สึกช่วงนี้เห็นโมรับงานอีเว้นท์เยอะขึ้น?....."สนิทกับพี่ที่จัดงานเค้าก็จะเรียกใช้งานบ่อยหน่อย ละครก็ยังไม่เร่งถ่าย แต่ตอนนี้ก็ใกล้สอบมิดเทอมแล้ว ได้เพื่อนๆ เนี่ยแหละช่วยทำงานแล้วก็ติวให้ ชีวิตช่วงนี้ก็หนักกว่าเดิม เพราะต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่ข่าวก็ยังเยอะเหมือนเดิม แต่ก็โอเค เราเป็นคนพูดตรงไม่มีใครไม่มีข่าว นอกจากคนที่มีภาพลักษณ์เรียบร้อยจริงๆ เป็นปกติค่ะ"

พูดถึงข่าวรู้สึกยังไงบ้างที่คนภายนอกมองว่ากลุ่มโมคบกันสลับคู่จนกลายเป็นเรื่องอลเวงไปแล้ว?....."เรื่องของบางคนที่โมรู้จัก มีข้อมูลที่เราพอจะแก้ข่าวให้เค้าได้ก็จะทำ เหมือนเวลาตอนที่โมมีแฟนก็มีบ้างที่เราไปเป็นข่าวกับคนอื่น เป็นธรรมดาที่คนโสดจะมีข่าวกับคนอื่น หรือจะถูกจับคู่กับคนในวงการบ้าง

แต่บางทีนักข่าวก็ไม่รู้จริง ยังมานั่งคุยกับแป้งกับพี่ก้องอยู่เลยว่าไม่เจ๋งจริงนิ ส่วนเรื่องแป้งกับพี่แพท โมพอจะมีข้อมูลบ้างก็ตอบนักข่าวได้ แต่เรื่องพี่แพทกับปูแล้วก็พี่นัทอันนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าเค้ารู้จักกันแบบไหนอะไรยังไง อันนี้ต้องไปถามเค้าเองนะ"


Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - ลุกตาลฉุนข่าวสาวล่าแต้ม

 
"ลูกตาล" ฉุนข่าวสาวล่าแต้ม เผยเจอดีหนุ่มโรคจิตบุกคอนโดฯ


"ลูกตาล" เปิดใจสุดเบื่อข่าวฉาวสารพัดความมั่ว ล่าสุดโดนหนักแข่งเก็บแต้มผู้ชายกับเพื่อนสาว ออกปากยอมรับห่วงคนที่บ้านไม่สบายใจเพราะค่อนข้างแรง ส่วนเรื่องฟ้องร้องเจ้าตัวบอกไม่คิด พร้อมเผยเซ็กซี่จนเจอดีมีหนุ่มโรคจิตเฝ้าหน้าคอนโดฯ
      
        ขึ้นแท่นนางร้ายรุ่นน้องสุดเซ็กซี่ของวงการไปอีกคนสำหรับสาว "ลูกตาล อาริษา วิลล์" หลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนลุกส์ให้ดูหวือหวามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานถ่ายแบบที่ได้กระแสตอบรับเข้ามาเป็นอย่างดี มีงานเข้ามามากมาย
       
        แต่แล้วล่าสุดเจ้าตัวก็ต้องออกอาการสุดฉุน เมื่อมีกระแสข่าวออกมาค่อนข้างจะแรงและหนักว่า สาเหตุที่เธอลุกขึ้นมาแต่งเซ็กซี่เป็นเพราะว่าเธอต้องการไล่เก็บแต้ม "ผู้ชาย" กับเพื่อนสาวคนสนิทนั่นเอง
       
        "สำหรับกระแสข่าวข่าวนี้หนูเบื่อมากแล้วนะ ข่าวอะไรที่ไม่จริงก็ไม่อยากเอามาใส่ใจอะไรแล้วมีข่าวออกมาแบบนี้เราจะไปจับมือใครดมได้ล่ะว่าใครเป็นคนเขียนหรือแต่งขึ้นมา จริงๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกนะ แต่ไม่ชอบเพราะพอข่าวออกไปคนรอบข้างเราเขาจะมองว่าเราเป็นคนอย่างไร"
      
        "ตอนนี้นะหนูพยายามเก็บหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวมั่วๆ พวกนี้ตลอดเลย เพราะเราไม่อยากที่จะให้แม่เห็น เราไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ พอเขาเห็นทีไรเขาก็จะชอบมาพูดว่าทำไมต้องเขียนข่าวแรงแบบนี้ด้วย คือข่าวมันไม่ค่อยมีมูลเท่าไหร่เลยแล้วเอามาเขียน พอมีข่าวมาตาลก็ต้องมาอธิบายให้เขาฟังตลอดว่ามันเป็นอย่างไร"

 บอกทุกวันนี้แทบจะไม่อ่านหน้าหนังสือพิมพ์เพราะไม่อยากเก็บมาคิดให้วุ่นวาย
        "เรียกได้ว่าทุกวันนี้ตาลแทบจะไม่ได้อ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เลย เพราะตาลไม่อยากเห็นและเก็บเอาไปคิดอะไรแล้ว นอกจากเวลาที่ออกไปไหนแล้วมีหนังสือวางอยู่แล้วเราว่างๆ ก็หยิบขึ้นมาอ่านดูก็แค่นั้น แต่จะไม่ได้ซื้อมาเพื่อเช็กข่าวตัวเองอย่างเมื่อก่อนเลยเพราะไม่อยากรู้อะไรแล้ว ส่วนมากที่ตาลรู้ว่ามีข่าวอะไรเกี่ยวกับเราก็จะมีคนบอกเรามากกว่า"
      
        "กับข่าวต่างๆ นี้ตาลก็ไม่ถึงกับเก็บมาคิดมากอะไรหรอก แต่บางทีมันก็มีบ้างนะที่มันแว่บเข้ามาในหัวสมองเรา อย่างที่บอกว่าค่อนข้างแคร์ความรู้สึกคนรอบข้างมากไม่อยากให้เขาเครียดกับข่าวของเรากับข่าวแค่นี้ สำหรับตาลแล้วไม่สนใจอะไรหรอกนะ และไม่คิดที่จะไปนั่งฟ้องร้องอะไรด้วย"
      
        "แต่แค่อยากบอกว่าทำไมมันแรงจัง ในเมื่อมันเป็นข่าวที่มั่วอยู่แล้ว อย่างข่าวล่าแต้มก็ดูไร้สาระ แต่หนูก็คิดนะว่าเราคงจะไปห้ามเพื่อไม่ให้มีข่าวแบบนี้ออกได้หรอก ตอนนี้ก็คิดอย่างเดียวว่าเราต้องทำใจก็พอแล้วและพยายามคิดว่าดาราคนอื่นก็เคยโดนข่าวแบบนี้มาเหมือนกัน"
      
        "ตาลคงปล่อยไปเพราะไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมากและไม่อยากให้คนพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะ ตาลคิดว่าให้เรื่องมันอยู่แบบนี้เฉยๆ เดี๋ยวมันก็คงจะเงียบหายไปเอง คือตาลรู้ดีว่าเราไม่ได้ทำแบบนั้นอยู่แล้วอย่างไรความจริงมันก็คือความจริง"

  เผยเซ็กซี่จนโดนดี มีผู้ชายโรคจิตมาดักรอถึงหน้าคอนโดฯ..."สำหรับเรื่องโรคจิตนี้มันเพิ่งเกิดมาไม่นานนี้เองนะ คือวันนั้นตาลอยู่ที่คอนโดแล้วตาลกำลังจะลงไปรับเพื่อนขึ้นมาที่ห้อง พอตาลใช้คีย์การ์ดเปิดประตูคอนโด ยามเขาก็เอามือมาดันประตู เขาไม่ให้เราออก เราก็งงว่าทำไมเราจะออกก็ไม่ให้ออก"
      
        "พอตอนหลังเขาถึงมาอธิบายให้เราฟังว่าข้างหน้าคอนโดมีผู้ชายคนหนึ่งมาถามหาตาลตลอดเลยว่าอยู่หรือเปล่า อยู่ห้องไหน เขาบอกยามว่าเรามีรถยี่ห้อนี้ มีน้องชายเป็นลูกครึ่ง ซึ่งตรงกับเราหมด ยามเขาก็เลยกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอะไรตาลหรือเปล่า ก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรตาลก็ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนั้นแน่นอน"
      
        "เห็นยามบอกว่าเขาเคยมาดักรอตาลประมาณ 2-3 ครั้งแล้วนะ แต่ละครั้งก็จะมายืนรอประมาณ 2 ชั่วโมง โดยส่วนตัวแล้วตาลก็งงนะว่าเขาต้องการอะไรจากเราหรือว่าเขาคือใครกันแน่ที่อยากมาหาเรา ตอนนี้ยอมรับว่าค่อนข้างกลัวเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาตาลยังไม่เคยเจอคนตามอะไรแบบนี้มาก่อน"
      
        "ช่วงนี้ตาลก็จะระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด ทุกวันนี้ถ้าตาลมาทำงานก็จะมีพี่คนหนึ่งมาด้วยตลอด เพราะเรากลัวไปหมดแล้ว แต่ตาลก็ไม่ได้ไปแจ้งความอะไรนะ เพราะยามบอกว่าเขาดูไม่ค่อยเต็มดูเหมือนคนบ้า เขาดูเหมือนโรคจิตและพักหลังจากวันนั้นผู้ชายคนนั้นเขาก็หายไปแล้วด้วย"

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

28 July 2007 - อ๊อฟฆ่าตัวตายเพราะเพลง

 
ฆ่าตัวตายเพราะเพลง : ความรับผิดชอบของใคร?

มีประเด็นที่กลายเป็นข้อถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตลอดเวลาสำหรับ "เนื้อหา" ในบทเพลง(ไทย) ซึ่งระยะหลังมักจะถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องของความเหมาะสมและไม่เหมาะสมค่อนข้างจะถี่
      
       โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุผลกว่า 90% ของเพลงส่วนใหญ่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักที่กลายเป็นข้อกังวลของคนบางส่วนต่อภาวะการรับรู้ในเนื้อหารวมถึงมิวสิกวิดีโอต่อบทเพลงที่ว่าของวัยรุ่นไทยด้วยความเกรงว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งอารมณ์ใคร่ และการแสดงออกในเรื่องทางเพศที่เป็นไปในด้านลบ
      
       ล่าสุดที่กลายเป็นประเด็นต่อเนื่องกับเรื่องที่ว่าก็คือเนื้อหาของเพลงที่สื่อถึงความเสียใจของผู้ที่อกหัก พลาดหวังจากความรัก จากการออกมาเปิดเผยของ "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษกกรมสุขภาพจิตที่เผยผลการวิจัยยืนยันว่ามีคนฆ่าตัวตายจากสื่อที่ได้รับทั้งเรื่องของหนัง เพลง หรือแม้กระทั่งหนังสือจริงๆ
      
       ที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบันเพลงไทยรวมถึงมิวสิกวิดีโอบางส่วนได้มีเนื้อหาที่ชักนำให้เกิดเรื่องในลักษณะที่ว่า โดยยกตัวอย่างของบทเพลง "แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ" ของ "อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์" ซึ่งแต่งโดย "นิ่ม สีฟ้า" ขึ้นมาประกอบ
      
       "ปัจจุบันมีเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง ใช้คำหยาบคายและสื่อถึงเรื่องเซ็กซ์ในด้านลบเรื่องเพลงจำนวนมาก ในอนาคตอาจจะต้องมีการจัดเรตติ้งเพลงเหมือนกับการจัดเรตติ้งทีวี เพราะเด็กแต่ละวัยมีวุฒิภาวะไม่เหมือนกัน การได้รับสื่อทางลบบ่อยๆ อาจทำให้เลือกวิธีตัดสินใจในทางลบไปด้วย"
      
       "และในกรณีของเพลงนี้ในมิวสิกวิดีโอตอนท้ายพระเอกเสียชีวิตด้วย ยิ่งทำให้เกิดอิทธิพลมากขึ้น เมื่อรวมกับเนื้อเพลงท่อนสำคัญคือ... ฉันเหมือนคนไม่มีกำลังและหมดแรง จะยืนจะลุกเดินไป ฉันเหมือนคนกำลังจะตายที่ขาดอากาศจะหายใจ ฉันเหมือนคนที่โดนเธอแทงข้างหลังและมันทะลุถึงหัวใจ เธอจะให้ฉันมีชีวิตต่อไปอย่างไร"
      
       "ไม่มีอีกแล้ว กับเธอไม่มีเหลือสักอย่าง อยากตาย เสียใจแค่ไหนถ้าอยากรู้ บอกเธอได้คำเดียว อยากตาย..."
      
       ประเด็นมีคนฟังเพลงแล้วฆ่าตัวตาย หรือแม้กระทั่งเนื้อหาของเพลงในลักษณะที่คร่ำครวญนี้ต้องถือว่าไม่ใช่ของใหม่สำหรับบ้านเรา อย่างกรณีของเพลง "ใจจะขาดแล้วเอย" ของ "ศรเพชร ศรสุพรรณ", "ตายทั้งเป็น" ของ "RITALINN", "ปล่อยฉัน" "Retrospect" เหล่านี้ก็มีเนื้อหาที่ไม่ได้ต่างกันมากนัก
      
       แต่การหยิบยกนำเรื่องที่ว่านี้ขึ้นมาพูดคุยต้องถือว่าน่าสนใจ
      
       ในต่างประเทศ แม้เราจะได้ยินข่าวในลักษณะที่ว่านี้อยู่เป็นประจำ แต่ก็ใช่ว่าบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่แยแสหรือปล่อยให้เรื่องที่ว่าเกิดขึ้นแล้วขึ้นอีก
      
       มีข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวออกมาระบุถึงกระแสการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นในอเมริกาอันมีส่วนมาจากการฟังเพลงในแนว GLOOMY SUNDAY ที่มีต้นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบทเพลงที่ใช้ดนตรีและการร้องแบบโหยหวนกระตุ้นอารมณ์ เนื้อเพลงส่วนใหญ่จะมีความหมายไปในทำนองพูดถึงความเบื่อหน่ายต่อสังคมและการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก่อนจะชักชวนให้มีการฆ่าตัวตายในวันอาทิตย์เพื่อจะได้พบกับความสุขอันเป็นนิรันดร์
      
       ว่ากันว่าทางการของอเมริกาเพิ่งจะรู้จักกับเพลงแนวนี้เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมานี้เอง หลังเกิดคดีเด็กวัยรุ่นฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทั้งเดี่ยวและหมู่อย่างน่าประหลาด โดยจากการตรวจสอบพบว่าได้มีการเปิดสถานีวิทยุแห่งหนึ่งเพื่อเผยแพร่เพลงแนวนี้ออกมา
      
       ถ้าเสียงเพลงมีอิทธิพลที่สามารถสร้างอารมณ์ให้คนฟังสดใส หรือรู้สึกดีได้ ฉะนั้นมันคงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใดหากในอีกด้านหนึ่ง "เสียงเพลง" ที่ว่าจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอารมณ์ที่หดหู่หรือความรู้สึกในด้านลบต่อผู้ที่กำลังเสพได้เช่นกัน
      
       งานศิลปะทุกแขนงแม้จะมุ่งสื่อถึงอารมณ์ภายในของตัวศิลปินเป็นหลัก แต่ทั้งนี้คำถามหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ในตัวงานศิลปะเองที่มีหลากหลายองค์ประกอบ อาทิ แนวคิด ทัศนะคติ เสียง ภาษา รูปแบบ ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่าจำเป็นมั้ยที่จะต้องแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่ประกอบไปด้วยคนซึ่งมีระดับความคิด สติปัญญา ที่แตกต่างกันออกไป
      
       "ผมคิดว่าไม่ควรครับ ผมคิดว่าคนทำเพลงไม่มีสิทธิ์รับผิดชอบชีวิตใครทั้งนั้น คนทำเพลงก็คือคนที่อยากจะสนุกไปวันๆ ผมมองว่าดนตรีก็ไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ผมก็แค่คนทำงานที่ทำเพราะสนุก..." ตุล ไวทูรเกียรติ หนึ่งในสมาชิกวง "อพาร์ทเมนท์คุณป้า" เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้เป็นคำตอบจากคำถามที่ว่าในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้อง ควรจะมีความรับผิดชอบต่อภาษาที่ตัวเองสื่อสารออกมาหรือไม่?
      
       "ผมคิดว่าคนทำเพลงมีหน้าที่รับผิดชอบความสนุกของตัวเองครับ ถ้าเมื่อไรคุณทำแล้วไม่สนุก คุณฝืนเพื่อให้สังคมมองว่าคุณใช้ภาษาถูก แต่ในขณะเดียวกันคุณไม่ได้อยากใช้ภาษานั้นคุณก็ตอแหลกับตัวเอง ตรงนั้นผมถือว่าผิดจรรยาบรรณในการเป็นศิลปินนะครับ ศิลปินควรจะรับผิดชอบต่อตัวเอง แล้วงานศิลปะมันจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น"
      
       "ไม่ว่ามันจะทำให้เกิดค่านิยมที่ดีหรือค่านิยมที่ไม่ดี ก็ไม่ใช่ความผิดของศิลปินตราบใดที่ศิลปินนั้นยังเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูด มันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆ แต่ว่าถ้าเมื่อไรก็ตามที่ศิลปินต้องมาฝืนเพื่อทำนุบำรุงอะไรบางอย่าง ที่แม้แต่ตัวศิลปินก็ยังไม่เชื่อ อันนั้นผมก็ถือว่ามันฝืด ศิลปะควรจะเป็นอะไรที่ทำเพื่อความสุขของผู้ทำ"
      
       "แล้วเมื่อไรคนทำมีความสุข คนฟังจะได้รับความสุขนั้นไปเอง ผมก็หวังว่าอย่างนั้นโดยที่ความถูกผิด ไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นอะไรเลยในการสร้างงาน"
      
       ส่วนกรณีของการที่มีคนฟังเพลงแล้วฆ่าตัวตายนั้นเจ้าตัวมองว่า..."อย่างที่ต่างประเทศที่มีเด็กฟังเพลงแล้วฆ่าตัวตาย เขาก็จะถามว่าแล้วมันเป็นความผิดของศิลปินหรือเปล่าที่จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น ผมถือว่ามันก็ไม่ใช่เป็นความผิดของศิลปิน เพราะหน้าที่ของคนทำเพลงก็คือ คนเขียนเพลง ส่วนหน้าที่คนฟังคือฟังแล้วนำไปตีความ นำไปใช้ยังไง อันนี้เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของคนฟังแล้ว"
      
       "คนที่อยากเสพงานศิลปะก็ต้องยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลง หรือการที่ศิลปะอาจจะยืนอยู่ในกรอบหรือนอกกรอบก็ได้ มันเป็นเหตุผลของคนทำศิลปะว่าเราต้องการอิสระที่ไม่มีที่สิ้นสุดน่ะครับ หรือเรื่องของภาษานั้น ผมว่าก็คงต้องปล่อยให้คนภายบนอกวิพากษ์วิจารณ์กันไป แต่สำหรับคนแต่งเพลง ขอให้แต่งเพลงแล้วรู้สึกว่าตัวเองอยากจะฟัง ตราบดีที่คุณแต่งเพลงแล้วคุณมาฟังเพลงที่คุณแต่งได้รอบแล้ว รอบเล่า ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว"
      
       "แต่คนบางคนแต่งเพลงเพื่อที่จะให้คนอื่นชอบ แต่เอาเข้าจริงพอคนอื่นไม่อยู่ ตัวเองเผลอ หรือไม่มีคอนเสิร์ต ก็ไม่เคยเอาเพลงตัวเองมาฟังเลย ไม่ได้ชอบเพลงตัวเองจริงๆ ตรงนี้มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ากว่า..."

Comments (0) :: Post A Comment! :: Permanent Link

<- Last Page :: Next Page ->

About Me



«  January 2009  »
MonTueWedThuFriSatSun
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

Friends




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting